แฉความจริงของ"สังฆทาน"

posted on 19 May 2008 17:05 by --ame--  in ReVerie

 ไหนๆวันนี้ก็เป็นวันวิสาขบูชา
ก็ถือโอกาสเอาเรื่องนี้มาเล่าแบ่งปันกันนะ
จริงๆเคยรู้เรื่องนี้มานานแล้วก็จาก วัดปัญญานันทาราม



เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเพิ่งไปงานบวชน้องชาย
พระท่านนำเรื่องนี้มาแฉพร้อมสอนอีกครั้ง
ให้ทุกคนได้รู้เท่าทันและพึงกระทำสิ่งใดด้วยปัญญาอย่างแท้จริง
มีกล้องอยู่ก็พยายามถ่ายมาแต่ก็ไม่ค่อยชัดและถ่ายไม่ทันบ้างเพราะกล้องมันเจ๊งนิดนึงและ
ถ่ายติดๆกันไม่ได้ แต่ก็น่าจะพอเอามาเล่าสู่ให้เห็นคร่าวๆได้นะ

เรื่องมันก็เกี่ยวกับ "สังฆทาน" และ "ถังสังฆทาน"
พระท่านนำถังสังฆทานมาให้ดูพร้อมกับแกะให้เห็นกันจะๆ



เอาเบาะๆก่อนที่ทุกคนพอจะเดาได้อยู่แล้วก็คือถังมันไม่ได้เต็มหรอก
มีแค่ของที่เอาแปะไว้ให้เห็นรอบๆกับด้านบน นอกนั้นก็กลวงหรือไม่ก็เอากระดาษยัดแทน

ต่อมาก็ของข้างในแต่ละอย่าง
มันจะมีพวกกล่องชากับอะไรอีกอย่างจำไม่ได้โทษที
แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรที่สำคัญคือในกล่องนั้น!!!
อันที่เป็นชามันมีซองชาสี่เหลี่ยมเล็กๆอยู่ไม่กี่ซอง! 3ซองอะไรประมาณนี้ได้
บางอันก็ว่างเปล่า! แปลว่าไม่มีอะไรเลย!!
พระท่านบอกดูซิๆ ซื้อกันมาทำไมเนี่ย

ต่อไปกล่องธูปเทียน



(โทษทีรูปเบลอ ถ่ายไม่ทัน)
นี่ครับมันมีอยู่ไม่กี่อันอีกแล้วครับท่าน!
กว่าจะนำไปใช้จริงได้ต้องรวมเท่าไหร่กันนี่

ต่อไปอันนี้ข้าว

พระท่านบอกว่าข้าวก็มีอยู่นิดเดียว
เมื่อไหร่จะรวมกันจนสามารถหุงเลี้ยงพระหรือคนได้จริงๆ
อีกนาน...

แล้วก็นี่ แปรงสีฟัน...

พระท่านบอกว่า
ดูซิแปรงเข้าไปได้ยังไง ฟันหลุดแน่ๆ!!
มันแข็งมาก...

และสุดท้าย เด็ดสุด
จีวร ผ้าอาบน้ำพระ(ถ้าเรียกผิดก็ขออภัยค่ะ)

มันผืนเท่าเนี๊ยะ!!!
ห่มยังไม่มิดเลย!!!!
พระท่านบอกว่าใช้นุ่งอาบไม่ได้ แต่ใช้มาผูกตาแล้วอาบก็พอได้อยู่555


สรุปแล้วใช้ประโยชน์จริงไม่ได้!

ประการฉะนี้แล......
ที่เอามาแฉนี่ไม่ได้หมายความว่าจะให้ทุกคนเลิกซื้อถังสังฆทานถวายพระนะ
เพียงแต่จะบอกเพื่อให้ได้รู้เท่าทัน
และลองใช้ปัญญาคิดดูว่า สิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร
สิ่งใดเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง

สำหรับบางคนอาจคิดว่าบางแห่งวัดก็ใช้เป็นสังฆทานเวียนแล้วนำเงิน
ที่ได้จากการขายไปซื้อของเครื่องใช้ที่จำเป็น นั่นก็ไม่ได้ผิดอะไรไม่มีปัญหา
มันก็เป็นวิธีการ เป็นสัญลักษณ์

แต่ที่จะบอกจริงๆ พระท่านสอนทิ้งท้ายว่า
"สังฆทาน"
หมายถึงการทำทานที่เป็นประโยชน์แก่คนหมู่มาก
ไม่ได้หมายถึงถังสังฆทาน มันไม่จำเป็นต้องเป็นถังสังฆทาน
แต่การที่เราซื้ออะไรที่จะเป็นประโยชน์ใช้ได้จริงไปถวายวัด
เช่น อาจซื้อน้ำยาล้างจานแบบขวดใหญ่ๆไปถวาย
ถุงดำถุงขยะ แฟ๊บกล่องใหญ่ หรือซื้อข้าวซักถุง ไม้กวาดซักด้าม ฯลฯ
เหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์แก่คนหมู่มาก ล้วนเป็นสังฆทานทั้งสิ้น
อาจใช้วิธีถามที่วัดว่า ขาดเหลืออะไรยังไง เราก็จะได้ถวายสิ่งที่จะเกิดประโยชน์
และถูกนำไปใช้จริง เท่านี้ก็ได้บุญหลายๆแล้ว

ถ้าเรารู้จักดำเนินชีวิตอย่างมีสติปัญญา ไม่ไปยึดติดกับรูปแบบ
หรือสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์และการทำความดีอย่างแท้จริง
เรื่องเหล่านี้เอาไปประยุกต์กับชีวิตประจำวันอื่นๆได้
จะได้ใช้ชีวิตได้อย่างเป็นสุข รู้เท่าทัน และหลั่นล้าต่อไป (อันสุดท้ายนี่อะไร!!!)

จริงๆเรื่องราวที่น่าสนใจของวัดปัญญาฯยังมีอีกเพียบเลย
โอกาสหน้าจะเอามาเล่าสู่กันฟังอีก
เพราะวัดปัญญานันทาราม เป็นวัดที่เปี่ยมไปด้วย"ปัญญา"จริงๆ!

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot!

มีประโยชน์มาก เห็นด้วยๆ คุ้นๆว่าเคยมีพระอาจารย์บอกเหมือนกันว่าถ้าจะทำบุญอย่าซื้อเลยสังฆทาน ข้าวกับแกงหนึ่งถุงอร่อยกว่ากันเยอะ ถุงกว่าด้วย..
บ้านเบ๊ ที่ต่างจังหวัดอยู่ติดวัดค่ะ บางครั้งเลยได้ถังสังฆทานจากพระที่สนิทกันมา ข้างในก็คล้ายๆ แบบที่พระท่านบอกนี่ล่ะค่ะ มิน่าพระถึงเอามาให้เบ๊ - - เราว่าไม่ดีเลย ซื้อของมาใส่เองดีกว่า เหมือนพวกกระเช้าปีใหม่ ทำซะอู้ฟู่ แต่ข้างในเป็นของเก่าบ้าง หมดอายุบ้าง กินไม่ได้

#2 By General เบ๊ on 2008-05-19 17:35

....คนคดเลี้ยวลดวกวน
....ใจลึกหลืบเร้นมืดมน
....เพียงเพ่งมุ่งมั่นจิตตน
....ทุกสิ่งเป็นผงป่นไป
'block cool!'

#3 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-05-19 17:40

โกงได้แม้กระทั่งคนจะทำบุญ

เฮ้อ...มนุษย์

#4 By gomdori on 2008-05-19 17:49

Hot! Hot! wink
วัดแถวบ้านเลยนะเนี่ย...

คนสมัยนี้ ขนาดเรื่องบุญเรื่องทานยังมาเอาเปรียบกันได้...

วันหลังซื้อน้ำยาล้างจานไปให้สองถัง -- มีประโยชน์กว่าตั้งเยอะ (!!?!)

(ชักรั่ว...)

#5 By * a o M * on 2008-05-19 18:02

โกงบุญกันเห็นๆ

#6 By wesong on 2008-05-19 19:59

เคยรู้แต่ของในสังฆทานบางทีก็หมดอายุ ตามปกติที่บ้านมักจะซื้อของเองแล้วเอามาจัดห่อให้เรียบร้อยจึงนำไปถวายมากกว่าค่ะ

แต่เพิ่งรู้ว่ามันใช้ประโยชน์ไม่ได้เลยยิ่งกว่าที่คิดอีกนะคะsad smile

#7 By ~ Fuji ~ on 2008-05-19 20:45

เก่ง น่ารัก แล้วยังใจบุญอีก มีปัญญาดีนะ
พี่ตั้ม

#9 By LOVER (203.131.212.34) on 2008-05-20 13:00

เดี๋ยวนี้อัพบ่อยเชียวนะเฟ้ย...
ถังสังฆทานน่ะ...ไม่คิดจะซื้อนานมากๆแล้ว
ถ้าจะถวายก็ทำเองดีกว่า
คนทำขายมัน...คิดแต่ผลกำไร นี่ล่ะประเทศไทย
แปลกแต่จริง ไม่มีที่ไหนในโลกอีกแล้ว...angry smile

#10 By ★ZEASonal on 2008-05-20 20:46

ส่วนตัวไม่เคยทำสังฆทานเลยครับ เพราะนับถือคริสต์แต่เกิด open-mounthed smile
เรื่องกล่องเปล่าหรือมีของน้อยเกินใช้ได้จริงนี่ เคยได้ยินมาก่อน
แต่เรื่องผ้าจีวรผืนจิ๋วเดียวนี่ เพิ่งรู้นะครับเนี่ย
ขอบคุณครับ big smile
วัดนี้เราก้อเคยไปปฎิบัติธรรม ดีมากเลยค่ะ ทำให้เราเปลียนแปลงความคิดไปทางที่ดีค่ะ

#12 By Nue-nuch on 2008-06-20 18:58

ขอเสริมนิดหนึ่งครับ

จีวรผิดไม่ใช่ครับ ใช่คำว่าผ้าอาบน้ำฝนถูกแล้ว

ข้าวสารเรื่องน้อย แล้วกว่าจะรวมไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ แต่ข้าวสารมันรวมอยู่พวกเครื่องใช่ โดยเฉพาะผงซักฟอก ทำให้กลิ่นมันติดมาครับ

คงเป็นข้าวหอมผงซักฟอก มากกว่าข้าวหอมมะลิ

#13 By นวกะ เข้าพรรษา วัดปัญญา (58.64.103.117) on 2008-07-25 14:58

อ่านเรื่องนี้แล้วก็แวะไปเวปวัดปัญญานันทารามด้วยนะครับhttp://watpanya.wordpress.com/watpanya-by-kung/

#14 By (222.123.174.253) on 2008-07-28 22:33

ให้อาหารสัตว์ก็อุทิศบุญได้ เล่ม 58 หน้า 304

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี
พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลกฎุมพี พอรู้เดียงสาก็รวบรวมทรัพย์สมบัติไว้.
และพระโพธิสัตว์นั้นมีน้องชายอยู่คนหนึ่ง.
ในกาลต่อมา เมื่อบิดาของคนทั้งสองนั้นทำกาลกิริยา (ตาย) ไปแล้ว
วันหนึ่งพี่น้องทั้งสองนั้นคิดกันว่า พวกเราจักชำระสะสางการค้าขายอันเป็น
ของบิดาให้เรียบร้อยเสียที จึงไปยังบ้านหนึ่ง ได้ทรัพย์พันกหาปณะแล้วกลับมา
บริโภคอาหารห่อแล้วรอเรืออยู่ที่ท่าแม่น้ำ. พระโพธิสัตว์ได้ให้อาหารที่เหลือแก่ปลาทั้งหลายในแม่น้ำคงคา
แล้วให้ส่วนบุญแก่เทวดาประจำแม่น้ำ. เทวดาพออนุโมทนาส่วนบุญเท่านั้นก็เจริญพอกพูนด้วยยศอันเป็นทิพย์
จึงรำพึงถึงความเจริญยศของตน ก็ได้รู้ถึงเหตุนั้น.

ฝ่ายพระโพธิสัตว์ลาดผ้าห่มลงบนทรายนอนหลับไป ส่วนน้องชายของพระโพธิสัตว์นั้น
มีปกตินิสัยค่อนข้างเป็นโจรอยู่บ้างเขาจึงทำห่อกรวดเข้าห่อหนึ่งให้เหมือนห่อกหาปณะ
แล้ววางทั้งสองห่อไว้รวมกัน เพราะประสงค์จะไม่ให้กหาปณะเหล่านั้นแก่พระโพธิสัตว์
จะถือเอาเสียเองคนเดียว. เมื่อพี่น้องทั้งสองนั้นขึ้นเรือไปถึงกลางแม่น้ำคงคา
น้องชายทำเรือให้โคลงแล้วคิดว่าเราจะโยนห่อกรวดทิ้งน้ำ
กลับโยนห่อทรัพย์พันกหาปณะลงไปเก็บซ่อนห่อกรวดไว้
แล้วกล่าวว่าคุณพี่ ห่อทรัพย์พันกหาปณะตกน้ำไปแล้ว เราจะทำอย่างไรกัน.
พระโพธิสัตว์กล่าวว่า เมื่อมันตกน้ำไปแล้ว พวกเราจักกระทำอย่างไรได้ อย่าคิดมันเลย.

เทวดาประจำแม่น้ำคิดว่า เราอนุโมทนาส่วนบุญที่พระโพธิสัตว์นี้ให้ จึงเจริญด้วยยศทิพย์
เราจักรักษาทรัพย์อันเป็นของพระโพธิสัตว์นี้ไว้ จึงบันดาลให้ปลาปากกว้างตัวหนึ่ง
กลืนห่อทรัพย์นั้นไว้ด้วยอานุภาพของตน ตนเองถือการอารักขาอยู่.
ฝ่ายน้องชายผู้เป็นโจรแม้นั้นแล ไปถึงเรือนแล้วคิดว่า เราลวงพี่ชายได้แล้ว จึงแก้ห่อออกเห็นแต่กรวด
มีหัวใจเหี่ยวแห้ง นอนกอดแม่แคร่เตียงอยู่.
ในกาลนั้น พวกชาวประมงได้ทอดแหเพื่อจับปลา. ปลาตัวนั้นได้เข้าไปติดแหด้วยอานุภาพของเทวดา....


ชาวพุทธถูกสอนให้ทำบุญกับพระสงฆ์มากเกินไปจึงไม่ทราบว่า ให้ทานกับอะไรก็อุทิศบุญได้ ข้าพเจ้าอ่านพระไตรปิฎกพระสูตรนี้จึงยกมาให้ทราบกันว่า อย่าโลภบุญมากจนกลายเป็นบาปโดยไม่รู้ตัว เพราะการถวายไปในสงฆ์นั้นเวลาได้บาป โทษมหันต์ทีเดียว และถ้าเราเอาสิ่งของสิ่งที่ไม่ดีหรือสิ่งของที่ผิดวินัย(ข้าวสาร ปลากระป๋องหน๊ะผิด)ไปถวายสงฆ์ บาปสุด ๆ เลยนะ และเรื่องการทำทานนี่ ได้เคยอ่านอีกพระสูตรหนึ่งที่แค่ถวายข้าวทัพพีเดียวได้บุญมากนับไม่ไหว เพราะฉะนั้นการให้ทานควรเลือก ให้ แต่ถ้าให้กับสัตว์หรือคนธรรมดาความปลอดภัยมีมากกว่า การถวายสงฆ์ต้องเลือกมาก ๆ และใช้ปัญญาประกอบด้วย แต่เวลาได้บุญก็มหาศาลเหมือนกันsurprised smile

#16 By meme (124.121.163.93) on 2009-05-23 10:35

พึ่งได้ไปเข้าค่ายพุทธบุตรที่วัดปัญญามาค่ะ
นอกจากนี้นะ
ไม้แคะหูก็ใช้ไม่ได้ เพราะใช้แล้วสำลีติดเข้าไปอยู่ในรูหู ก้อมันแค่พันไว้เฉยๆ
อาหาร น้ำ เครื่องดื่มต่างๆที่อยู่ในสังฆทาน ก็กินไม่ได้
เพราะว่ามันวางรวมกับผงซักฟอก เวลาเปิดฝา จะได้กลิ่น แฟบลอยออกมา
ยาสีฟันก้อมีหลอดนิดเดียว ใช้ได้ครั้งนึง แต่ใส่กล่องซะใหญ่ เพื่อลวงตาเรา
ยา ก้อเอายี่ห้ออะไรมาให้ก็ไม่รู้ไม่มี อย.แถมก้อยังเป็นผง
และอะไรอีกหลายๆอย่าง เพื่อผลประโยชน์ของเค้า
ถ้าคิดจะถวายสังฆทานควรซื้อของมาทำเองดีกว่าค่ะ
ถ้ามีสังฆทานแบบนี้ทั้งวัดก้อคงแย่confused smile

#17 By พุทธบุตรตัวน้อย (118.174.171.76) on 2009-06-28 12:57

เวลาซื้อสังฆทานขอให้เลือกร้านค้าที่ไว้ใจได้ ขอให้คนซื้อมีวิจารณญานในการเลือกดูสินค้าที่ทางร้านนำมาจัดชุดสังฆทาน ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มีอาชีพขายสังฆทานแต่ทางร้านจะจัดของที่พระท่านใช้ได้จริงๆเท่านั้น แล้วผ้าอาบน้ำฝนที่ใช้ก็จะมีความยาวอย่างน้อย ๑.๘เมตรทุกผืน แล้วก็ไม่เคยนำของที่หมดอายุหรือใกล้จะหมดอายุมาจัดเลย สินค้าที่นำมาจัดก็จะใช้ยี่ห้อที่ติดตลาดเท่านั้นจะไม่นำสินค้าโนเนมมาจัด เพราะเราคิดว่าเราเองยังไม่ใช้เลย แล้วจะให้คนนำไปถวายพระได้อย่างไร ไม่อยากเป็นบาป

#18 By คนขายสังฆทาน (202.149.25.234) on 2009-08-17 00:31

คิดได้ดีมั้งฟ?

#19 By lด็กธรรมดา (124.120.30.252) on 2010-04-11 20:51

แวะมาเยี่ยมครับ มาหาข้อมูลเรื่องสังฆทานพอดี
แล้วจะมาดูไอเดียใหม่ๆนะครับ

#20 By atpt1978 (119.31.126.72) on 2010-07-22 09:26

ถ้าจะทำบุญน่ะ อย่าทำเพราะอยากให้คนอื่นเห็นว่าเราดูดี กรุณาทำด้วยใจจริง
ปล.แต่เรื่องข้าวน้อยอ่ะ ถึงยังไงก็มีข้าวอ่ะนะ ดีกว่าไม่มีใครบริจาคทานมาเลย...

#21 By marirano on 2010-12-13 18:08

แวะมาจาก web ของวัดปัญญา ค่ะ เขียนได้สนุกเห็นภาพที่ท่านอาจารย์บรรยายเลยค่ะ
ขอบคุณนะค่ะที่ถ่ายทอดสิ่งดีดีให้เราได้อ่าน
แล้วแวะชวนพวกเราไปชมที่ web วัดปัญญาอีกครั้ง
http://watpanya.net big smile

#22 By vi (223.206.84.13) on 2010-12-27 18:13